news SSD Storage with increased flexibility. Cloud Overview
Special Deals
คู่มือติดตั้ง Drupal และ Drush บน Plesk Control Panel ฉบับสมบูรณ์ (2026)
September 14, 2026 • admin
September 14, 2026 admin

คู่มือติดตั้ง Drupal และ Drush บน Plesk Control Panel ฉบับสมบูรณ์ (2026)

การสร้างเว็บไซต์ด้วย Drupal ร่วมกับเครื่องมือคอมมานด์ไลน์อย่าง Drush บนโฮสติ้งที่ใช้ Plesk Control Panel เป็นวิธีที่ช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มความสะดวกในการจัดการระบบหลังบ้านได้อย่างมืออาชีพ บทความนี้จะพาทุกท่านไปดูขั้นตอนการติดตั้งตั้งแต่เริ่มต้นจนใช้งานได้จริง

ขั้นตอนที่ 1: เตรียมฐานข้อมูล (Database) บน Plesk

เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานข้อมูลใน Plesk เพื่อใช้เก็บข้อมูลของเว็บไซต์ Drupal

  1. ล็อกอินเข้าสู่ระบบ Plesk Control Panel
  2. ไปที่เมนู Databases > คลิก Add Database
  3. ตั้งค่าฐานข้อมูลดังนี้:
    • Database name: ตั้งชื่อฐานข้อมูล (เช่น drush_drupal)
    • Related MySQL account: สร้าง Username และ Password (แนะนำให้ใช้ตัวอักษรและตัวเลขล้วน หลีกเลี่ยงอักขระพิเศษเพื่อป้องกันปัญหาตอนเชื่อมต่อ)
    • Type: เลือก MySQL หรือ MariaDB
  4. คลิก OK เพื่อบันทึก

ขั้นตอนที่ 2: ติดตั้ง Drupal โค้ดเบสผ่าน Composer

การติดตั้ง Drupal ยุคใหม่แนะนำให้ใช้ Composer เพื่อความปลอดภัยและง่ายต่อการอัปเดตระบบ

ไปที่เมนู Websites & Domains > เลือกโดเมนของคุณ > คลิก SSH Access แล้วใช้คำสั่งเหล่านี้ใน Terminal:

เข้าไปยังโฟลเดอร์ Document Root ของเว็บไซต์:

Bash

cd ~/httpdocs

ลบไฟล์เริ่มต้นที่ Plesk สร้างไว้ออกให้หมดเพื่อให้โฟลเดอร์ว่างเปล่า:

Bash

rm -rf cgi-bin index.html

รันคำสั่ง Composer เพื่อดาวน์โหลดและสร้างโปรเจกต์ Drupal:

Bash

composer create-project drupal/recommended-project .

หลังจากนั้น กลับมาที่หน้า Plesk Control Panel > ไปที่ Websites & Domains > เลือกโดเมนของคุณ > คลิก Hosting Settings และเปลี่ยนค่า Document root จาก /httpdocs ให้ชี้ไปที่ /httpdocs/web แล้วคลิก Apply และ OK

ขั้นตอนที่ 3: ติดตั้งและตั้งค่า Drush

Drush เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เราจัดการ Drupal ผ่าน Command Line ได้อย่างรวดเร็ว

กลับมาที่หน้า Terminal (SSH) ในโฟลเดอร์โปรเจกต์เดิม แล้วรันคำสั่งติดตั้ง Drush:

Bash

composer require drush/drush

การตั้งค่า PHP open_basedir

ไปที่หน้า Websites & Domains > เลือกโดเมน > PHP Settings ค้นหาหัวข้อ open_basedir แล้วเปลี่ยนค่าเป็น none เพื่อให้ Drush สามารถรันได้โดยไม่ติดข้อจำกัดด้านความปลอดภัย จากนั้นคลิก OK

การตั้งค่าทางลัดคำสั่ง Drush

เปิดไฟล์ตั้งค่า Bash ของยูสเซอร์:

Bash

nano ~/.bashrc

เลื่อนไปบรรทัดล่างสุดแล้วเพิ่มข้อความนี้:

Bash

export PATH="$HOME/httpdocs/vendor/bin:$PATH"

กดบันทึก (Ctrl + O แล้วกด Enter) และออกจากการแก้ไข (Ctrl + X) จากนั้นโหลดค่าใหม่เข้าสู่ระบบด้วยคำสั่ง:

Bash

source ~/.bashrc

ทดสอบความถูกต้องของการตั้งค่าด้วยคำสั่ง:

Bash

drush status

ขั้นตอนที่ 4: ติดตั้ง Drupal ผ่าน Drush (Site Install)

เมื่อระบบพร้อมแล้ว สามารถรันคำสั่งติดตั้ง Drupal พร้อมเชื่อมต่อฐานข้อมูลได้ทันที:

Bash

drush site:install standard --db-url=mysql://DB_USER:DB_PASSWORD@localhost/DB_NAME --site-name="ชื่อเว็บไซต์ของคุณ"

(หมายเหตุ: ให้แทนที่ DB_USER, DB_PASSWORD, และ DB_NAME ด้วยข้อมูลฐานข้อมูลที่คุณสร้างไว้ในขั้นตอนที่ 1)

เมื่อติดตั้งเสร็จ ระบบจะแสดงข้อความสำเร็จ พร้อมแจ้งชื่อผู้ดูแลระบบ (Admin) และรหัสผ่านชั่วคราวให้ทราบ

ขั้นตอนที่ 5: คำสั่ง Drush ที่ใช้งานบ่อยในการดูแลระบบ

เมื่อต้องการบริหารจัดการเว็บไซต์ Drupal ในชีวิตประจำวัน สามารถใช้คำสั่งเหล่านี้ผ่าน Terminal ได้ทันที:

สร้างลิงก์เข้าสู่ระบบ Admin ทันที (ไม่ต้องจำรหัสผ่าน):

Bash

drush uli

เคลียร์แคชของระบบ (Cache Rebuild):

Bash

drush cr

อัปเดตฐานข้อมูล (หลังอัปเกรดโมดูลหรือโค้ดระบบ):

Bash

drush updb

ตรวจสอบสถานะระบบและเวอร์ชัน Drupal:

Bash

drush status